36 จำนวนผู้เข้าชม |
บรรยากาศสุดคึกคักที่ไอคอนสยาม เมื่อองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (KTO) จัดงาน “SAWASDEE KOREA: KOREA WELCOMES YOU” ตลอดสองวันเต็ม (30–31 ส.ค. 2568) ขน K-Culture มาเสิร์ฟให้แฟน ๆ ชาวไทยสัมผัสครบ ทั้งการท่องเที่ยว อาหาร ความงาม สุขภาพ และความบันเทิง ฮอลล์แน่นขนัดไปด้วยแฟนคลับที่ตั้งใจมารอพบศิลปินตัวจริง บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงเชียร์และรอยยิ้มตลอดงาน
คู่รักซุปตาร์ หมาก ปริญ – คิมเบอร์ลี่ ที่ได้รับเลือกเป็น “ทูตการท่องเที่ยวเกาหลี” ควงกันขึ้นเวทีเรียกเสียงกรี๊ดสนั่น เล่าถึงทริปโรแมนติกที่ไปเยือนเกาหลี หมากบอกว่า “ทุกครั้งที่ไปเกาหลีเราจะเจอสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอครับ ทั้งธรรมชาติที่สวยงาม อาหารที่อร่อย หรือบรรยากาศโรแมนติก เหมาะกับการเดินทางเป็นคู่มาก ๆ สิ่งเหล่านี้คือเสน่ห์ที่ผมอยากถ่ายทอดให้คนไทยเห็นว่า เกาหลีไม่ได้มีแค่กระแสฮันรยู แต่ยังเต็มไปด้วยวัฒนธรรมที่หลากหลาย ธรรมชาติที่น่าประทับใจ และการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากผู้คน” คิมเบอร์ลี่เสริมพร้อมรอยยิ้มว่า “เกาหลีมีความพิเศษตรงที่แต่ละเมืองมีเอกลักษณ์ของตัวเองค่ะ ถ้าเป็นฤดูใบไม้ร่วงจะโรแมนติกที่สุดจริง ๆ ใบไม้เปลี่ยนสี อากาศเย็นสบาย ทำให้ทุกทริปน่าจดจำ สำหรับเกาะเชจูยิ่งพิเศษเข้าไปอีก ธรรมชาติสมบูรณ์ น้ำทะเลใส ทุกมุมถ่ายรูปออกมาสวยมาก เข้าใจเลยว่าทำไมเชจูถึงเป็นจุดหมายยอดนิยมของคู่รัก เพราะสำหรับเราก็รู้สึกเหมือนได้ไปฮันนีมูนสั้น ๆ จริง ๆ” เธอยังเผยความรู้สึกในฐานะทูตการท่องเที่ยวว่า “ถือเป็นเกียรติมากค่ะ สิ่งที่อยากทำคือถ่ายทอดสิ่งที่เราได้สัมผัสจากเกาหลีให้แฟน ๆ รู้สึกอบอุ่นและใกล้ชิดขึ้น อยากให้ทุกคนลองไปเกาหลีด้วยตัวเอง แล้วสร้างเรื่องราวพิเศษของตัวเองกลับมา”
ต่อด้วยเสียงกรี๊ดดังลั่นเมื่อ จองแฮอิน พระเอกหนุ่มเจ้าของรอยยิ้มอบอุ่น ปรากฏตัวบนเวที พร้อมเล่า “วันธรรมดาของจองแฮอิน” ให้แฟน ๆ ฟังอย่างเป็นกันเองว่า เวลาว่างเขามักเดินเล่นย่านคาเฟ่ซองซูดงหรือยอนนัมดง และอธิบายว่าเสน่ห์ของเกาหลีคือการผสมผสานวัฒนธรรมดั้งเดิมกับความทันสมัย “บางทีก็เดินชมพระราชวังหรือวัดเก่าแก่ แต่เพียงไม่กี่ก้าวต่อมาก็เจอคาเฟ่สมัยใหม่ ถนนเต็มไปด้วยชีวิตชีวา”
เขายังยกให้ฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงที่โรแมนติกที่สุด โดยเฉพาะเมืองคยองจูที่เต็มไปด้วยโบราณสถานยุคชิลลา “เวลาได้ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่คยองจู มันเหมือนพาย้อนเวลากลับไปในอดีตครับ”
แฮอินยังแนะนำ แลนด์มาร์กยอดนิยม อย่างพระราชวังคยองบกกุง เกาะนามิ และภูเขาซอรัคซาน รวมถึงเมืองรองที่นักท่องเที่ยวควรไปสัมผัส พร้อมเผยเคล็ดลับดูแลตัวเองสไตล์ K-Beauty ว่า “ผมให้ความสำคัญกับการพักผ่อน ออกกำลังกาย และดูแลผิวด้วยสกินแคร์อย่างสม่ำเสมอ เกาหลีมีวัฒนธรรมเรื่องบิวตี้และเวลเนสที่พัฒนาไปมาก ถ้าแฟน ๆ มาเกาหลีก็อยากให้ลองโปรแกรมสปาหรือเวลเนส รับรองว่าจะเข้าใจว่าทำไมคนเกาหลีถึงดูผิวพรรณดี”
ก่อนปิดท้ายด้วยการฝากความในใจถึงแฟน ๆ ชาวไทยว่า “ทุกครั้งที่มาเจอผมได้รับพลังงานดีมากครับ โดยเฉพาะจากแฮอินเนส (HAEINESS) ที่คอยซัพพอร์ตตลอด หวังว่าจะได้เจอกันที่เกาหลีนะครับ เพราะเสน่ห์ของเกาหลีจริง ๆ มันมากกว่าที่เห็นในจอครับ”
ปิดท้ายงานด้วยสาระจาก นายคิม จงฮุน รักษาการรองประธานบริหารฝ่ายการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ KTO ที่เน้นย้ำว่าไทยคือ หนึ่งในตลาดสำคัญที่สุดของเกาหลี “งานนี้เราตั้งใจพาความเป็นเกาหลีที่หลากหลายมาให้คนไทยได้สัมผัส ทั้ง ซีรีส์ เพลง อาหาร เทศกาล และธรรมชาติสี่ฤดูกาล K-Culture มีความหมายกว้างกว่าK-Pop หรือ K-Series เราอยากให้ชาวไทยได้ไปเห็นและสัมผัสด้วยตัวเอง” เขายังพูดถึงเมืองท่องเที่ยวเด่น เช่น คยองจูที่ได้ชื่อว่า “พิพิธภัณฑ์ไร้กำแพง” เต็มไปด้วยมรดกโลกและทิวทัศน์งดงามรวมถึงโซลปูซานเชจูแทกูและชอนจูที่ล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ตลอดงานยังอัดแน่นด้วยมินิคอนเสิร์ตจาก No One Else, ATLAS และ THE FIX การแสดงวัฒนธรรม และเวิร์กช็อป K-Beauty ที่สะท้อนเสน่ห์เกาหลีครบทุกมิติ สมกับเจตนารมณ์ของ KTO ที่ต้องการ “พาเกาหลีมาใกล้คนไทย” อย่างแท้จริง