3 จำนวนผู้เข้าชม |
กรุงเทพฯ, 22 กรกฎาคม 2569 : โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดกิจกรรมบริการวิชาการสุขภาพ “CRA BRAIN POWER สมองฟิต ชีวิตเฟิร์ม” เนื่องในวันสมองโลก ประจำปี 2569 เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพสมอง ครอบคลุมทั้งด้านการป้องกัน การรู้เท่าทันสัญญาณเตือนของโรค การเข้าถึงนวัตกรรมการรักษาโรคทางสมองและระบบประสาทอย่างครบวงจร ตลอดจนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อดูแลสุขภาพสมองอย่างยั่งยืน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง ภาวะสมองเสื่อม โรคพาร์กินสัน และโรคทางระบบประสาทอื่น ๆ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในทุกช่วงวัย โดยมี นพ.ดำรงค์ สุกิจปัญญาโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านสมองและระบบประสาทโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ นำโดย ผศ.ป.นพ.ปโยธร เดชะรินทร์ หัวหน้างานศัลยกรรมทั่วไป แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมระบบประสาทและรังสีร่วมรักษาระบบประสาท, พญ.อาทิตา ชูหลำ อายุรแพทย์สมองและระบบประสาท และ พญ.ชัญญา วุฒิไกรกุล อายุรแพทย์ผู้สูงอายุ, รศ.นพ.สุรเชษฎ์ สิริพงษ์สกุล ผอ.โรงเรียนนักอัลตราซาวด์ทางการแพทย์ พร้อมด้วยทีมแพทย์โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และบุคลากรโรงเรียนนักอัลตราซาวด์ทางการแพทย์ คณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และผู้แทนบริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเจตนารมณ์ในการส่งเสริมองค์ความรู้เพื่อยกระดับสุขภาพสมองของคนไทยอย่างยั่งยืน ณ ห้องประชุม CONVENTION ชั้น 6 อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
นพ.ดำรงค์ สุกิจปัญญาโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้กล่าวถึงว่าสมองเป็นอวัยวะสำคัญที่ควบคุมการทำงานของร่างกาย ความคิด ความจำ การเคลื่อนไหว และการดำเนินชีวิต การหมั่นสังเกตอาการผิดปกติ และการได้รับการวินิจฉัยที่รวดเร็วสำหรับโรคต่าง ๆ อาทิ โรคหลอดเลือดสมอง เนื้องอกสมอง โรคพาร์กินสัน หรือโรคทางระบบประสาทอื่น ๆ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความรุนแรงและคืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้ป่วยได้ ทั้งนี้ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์มุ่งมั่นพัฒนาการดูแลผู้ป่วยแบบครบวงจร ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง สหสาขาวิชาชีพ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความรู้ด้านสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนสามารถป้องกัน ลดปัจจัยเสี่ยง และเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียม สนองพระปณิธานใน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่ทรงมุ่งหวังให้ประชาชนไทยเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อยกระดับสุขภาวะของประชาชนให้มีความยั่งยืน
ภายในงานมีการเสวนา “Brain Power Talk” โดยทีมแพทย์เฉพาะทางจากโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ แบ่งปันความรู้และเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัย โดย ผศ.ป.นพ.ปโยธร เดชะรินทร์ (ศัลยกรรมระบบประสาท) ชี้ว่า โรคหลอดเลือดสมองโป่งพอง เป็นภาวะที่ผนังหลอดเลือดสมองมีการโป่งพองออกทำให้มีโอกาสที่แต่ปริแตก เกิดภาวะเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง หรือภายในเนื้อสมองบริเวณนั้น เกิดจากปัจจัยเสี่ยงได้หลายอย่าง อาทิ ความดันโลหิตสูง สูบบุหรี่ การใช้สารเสพติด อายุที่มากขึ้น หรือโรคทางพันธุกรรมบางชนิด ทั้งนี้ โรคหลอดเลือดสมองโป่งพองมักไม่มีอาการจนกว่าจะมีการแตกของเส้นเลือดปริเวณที่โป่งพองและมีเลือดออก สำหรับ อาการ มีตั้งแต่ ปวดศีรษะ ซึ่งลักษณะที่พบบ่อย เช่น ปวดศีรษะรุนแรงที่สุดในชีวิต หากมีอาการมากขึ้น อาจมี คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนแรง แขน ขา ความรู้สึกตัวลดลง จนถึง แย่ที่สุดคือเสียชีวิต ซึ่งหากแตกซ้ำจะมีอัตราเสียชีวิตและพิการสูงถึง 50-70% ปัจจุบันมี 3 แนวทางรักษา คือ 1. การผ่าตัดหนีบหลอดเลือดบริเวณที่โป่งพองเพื่อป้องกันไม่ให้แตกออก 2. การรักษาผ่านสายสวนด้วยเทคโนโลยีการอุดหลอดเลือดที่โป่งพอง ด้วยขดลวดขนาดเล็กซึ่งในปัจจุบัน ก็มีอุปกรณ์ เทคโนโลยี ใหม่ๆ ที่ช่วยให้ การรักษาผ่านสายสวนได้ดีขึ้นมาก เช่น ขดลวดหรือ stent ที่มีตาถี่มากๆเปลี่ยนทางเดินเลือดไม่ให้เข้าไปยัง บริเวณที่เส้นเลือดสมองโป่งพอง และแนวทางสุดท้ายคือการติดตามอาการในกรณีที่ความเสี่ยงต่ำ ทั้งนี้ แพทย์จะเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ขนาดหลอดเลือดสมองที่โป่งพอง ตำแหน่ง การเข้าถึงโดยการผ่าตัด ความยากง่ายของแต่ละวิธี อายุ ความแข็งแรงของร่างกายผู้ป่วย พร้อมนำเสนอความก้าวหน้าถึงเทคโนโลยีการผ่าตัดสมองแผลเล็ก (Minimally Invasive Brain Surgery) และการผ่าตัดผ่านโพรงจมูกเพื่อรักษาเนื้องอกฐานกะโหลกและต่อมใต้สมอง ซึ่งช่วยลดการบาดเจ็บต่อเนื้อสมอง ลดความเจ็บปวด ฟื้นตัวได้รวดเร็ว และเน้นการดูแลผู้ป่วยแบบสหสาขาวิชาชีพ เพื่อให้ได้รับการรักษาที่ครอบคลุมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด
ด้าน พญ.อาทิตา ชูหลำ อายุรแพทย์สมองและระบบประสาท เน้นย้ำการรับมือ โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ด้วยหลัก FAST (หน้าเบี้ยว, แขนขาอ่อนแรง, พูดไม่ชัด, รีบไปโรงพยาบาล) โดยย้ำว่า “Time is Brain” ห้ามรอดูอาการเองหรือขับรถมาเอง เพราะการรักษาที่รวดเร็วช่วยลดการสูญเสียเนื้อสมอง ลดความพิการและลดความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อม (Vascular Dementia) ที่มักตามมาภายหลังได้อย่างมีนัยสำคัญ และ พญ.ชัญญา วุฒิไกรกุล อายุรแพทย์ผู้สูงอายุ อธิบายถึง ภาวะสมองเสื่อม (Dementia) ว่าไม่ใช่แค่ความขี้ลืม แต่เป็นความผิดปกติที่กระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างชัดเจน ทั้งความจำ ความคิด การตัดสินใจ และการใช้ชีวิตประจำวัน หากเริ่มลืมเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น ถามคำถามซ้ำ หลงทาง หรือทำกิจวัตรประจำวันแบบเดิมไม่ได้ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยเกี่ยวกับภาวะสมองเสื่อม พร้อมชี้ว่าการปรับเปลี่ยน 14 ปัจจัยเสี่ยง เช่น การควบคุมโรคประจำตัว (ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคอ้วน) การออกกำลังกายสม่ำเสมอ และการนอนหลับที่มีคุณภาพสามารถช่วยลดความเสี่ยงและชะลอการดำเนินโรคได้ ทั้งนี้ การนอนหลับลึกเป็นช่วงเวลาที่สมองกำจัดของเสียและโปรตีนผิดปกติ เช่น เบต้าอะไมลอยด์ (amyloid-beta) ซึ่งเกี่ยวข้องกับโรค Alzheimer’s disease ดังนั้น การนอนที่ไม่เพียงพอหรือมีคุณภาพไม่ดีเป็นเวลานาน อาจเร่งการเสื่อมของสมองได้ด้วย ข้อสำคัญ: แม้ภาวะสมองเสื่อมยังรักษาไม่หายขาด แต่การวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ควบคุมปัจจัยเสี่ยง และดูแลอย่างเหมาะสม สามารถชะลอการดำเนินโรคและช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้
นอกจากนี้ ภายในงานยังนำเสนอเทคโนโลยีการรักษา โรคพาร์กินสัน ที่ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยา, กายภาพบำบัด, การผ่าตัดกระตุ้นสมองส่วนลึก (Deep Brain Stimulation: DBS) และการใช้คลื่นเสียงความเข้มสูงร่วมกับ MRI (MR-guided Focused Ultrasound: MRgFUS) ช่วยลดอาการสั่นโดยไม่ต้องเปิดกะโหลกในผู้ป่วยที่เหมาะสม และการถ่ายทอดประสบการณ์ของผู้ป่วยและครอบครัวเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและความเข้าใจในการดูแลผู้ป่วยโรคสมอง ภายในงานยังมี Experience Zone ให้บริการตรวจอัลตราซาวด์หลอดเลือดคอ ประเมินสุขภาพ ตรวจองค์ประกอบร่างกาย เกมทดสอบความจำ เกมฝึกสมอง การให้คำแนะนำด้านโภชนาการเพื่อบำรุงสมอง เทคนิคการจัดการความเครียด และ Mini Workshop “ฟิตสมองได้ในชีวิตจริง” ฝึกสมาธิและกิจกรรมกระตุ้นสมองจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ประชาชนนำไปปรับใช้ในการดูแลตนเองอย่างยั่งยืน
ผู้สนใจสามารถปรึกษาและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โทร 1118 ศูนย์ศัลยกรรม กด 5382 อายุรกรรมประสาทวิทยา กด 5246 หรืออัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสุขภาพโดยเพิ่มเป็นเพื่อนกับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ทาง LINE OA @chulabhornhospital , Facebook โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ สำหรับผู้รับบริการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ที่มีประวัติการรักษาแล้ว สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน CHULABHORN HEALTH PLUS ได้ทาง App store และ Google Play store ติดตามข่าวสารราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้ที่ www.cra.ac.th










